เควิน เดอ บรอยน์  วอนอย่าเทียบ ซาร์ลาร์ แต่ละคนฝีมือไม่เหมือนกัน

เควิน เดอ บรอยน์

ทีเด็ดบอล เผยกองกลางคนเก่งจาก เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาชี้แจ้งถึงสื่อข่าวและแฟนๆของตนโดยวอนอย่าเอาเขาไปเปรียบเทียบกับ โมฮาเหม็ด ซาร์

ลาร์ ดาวยิงจาก ลิเวอร์พูล ที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ ย้ำว่านักเตะแต่ละคนมีฟอร์มการเล่นที่ไม่เหมือนกันพร้อมชมนักเตะจากทีมชาติอียิปต์ว่าเป็นนักเตะที่

ยอดเยี่ยมของ ฤดูกาลนี้ จากการรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 มีการกล่าวถึงนักเตะจากทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรใหญ่แห่ง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ ตอนนี้กำลังทำประตู  7 ประตูกับอีก 15 แอสซิสต์ ช่วยพา เรือใบสีฟ้า จ่อคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้สำหรับนักเตะร่วมลีกอย่าง โมฮาเหม็ด

ซาล่าห์ ที่ดูจะโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมมากในฤดูกาลนี้นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งก็ระเบิดฟอร์มไปอย่างร้อนแรงและครองตำแหน่งดาวซัลโวของลีกที่ 29

ประตูและ 37 ประตู รวมทุกรายการที่นักเตะจากทีมชาติอิยิปต์ซัดไปแล้วในฤดูกาลนี้ ทว่าก็มีข่าวถึงการถูกเปรียบเทียบระหว่างนักเตะกองกลางจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้

และดาวยิง จาก ลิเวอร์พูล ในการเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของฤดูกาลนี้ ล่าสุดทางกองกลางทีมชาติเบลเยี่ยมผู้นี้ก็ออกมาเผยถึงมุมมองส่วนตัวโดยเขาระบุว่า ตำแหน่งการ

เล่นนั้นไม่สามารถ ล้มโต๊ะ

เควิน เดอ บรอยน์

เควิน เดอ บรอยน์

เปรียบเทียบกันได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปรียบกันนักเตะทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน มีความคิดเป็นเขาตัวเอง มีฟอร์มการเล่นเป็นของตัวเองซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผู้คน

กำลังมองหาตัวนักเตะคนนั้นๆ สำหรับด้าน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ถือว่าจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเป็นผู้เล่นที่ดีมากเหมือนกับเป็นกองหน้าตัวเป้าเลย ซึ่งในฤดูกาลนี้

นับว่าเขาเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าที่ผ่านมามาก ซึ่งหากเปรียบเทียบระหว่างกันนั้น สถิติที่ ซาร์ลาร์ และ เขาทำนั้นมันต่างกันอย่างสิ้น

เชิง นอกจากนี้นักเตะทีมชาติเบลเยี่ยมยังเผยต่ออีกว่า สำหรับเกมที่เล่นกับเอฟเวอร์ตันในนัดที่ผ่านมา วิเคราะห์บอล เขาเหมือนกับเป็นตัวรับ ซึ่งแน่นอนว่าอย่านำไป

เปรียบเทียบกับกองหน้าเลย ซาร์ลาร์ กำลังท็อปฟอร์มสุดๆ ต่างคนต่างมีความสามารถเฉพาะตัว มันเลียนแบบกันไม่ได้และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้ โชคดีที่เขาไม่จำเป็น

ต้องทำแบบนั้น มิดฟิล์ดจากเรือใบสีฟ้ากล่าว  ทั้งนี้หลังจากให้สัมภาษณ์นั้นเขาและทีมมีนัดเยือนกับ ลิเวอร์พูล ที่เอ็นฟิล์ด ในเกมนักแรกการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์

เปี้ยนลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ในวันที่ 4 เมษายน 2018 เวลา 01.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย แฟนบอลสามารถรอลุ้นชมทีมเชียร์ของตนได้

มูริญโญ่ เจรจาบอร์ดแมนยูของบ 200 ล้านดึงนักเตะเสริมทัพ

มูรินโญ่

สำนักข่าวเดอะซัน ของอังกฤษ ได้มีการเปิดเผยว่ากุนซือฝีปากกล้าแห่ง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มีการพูดคุยกับ วู้ดเวิร์ด บิ๊กบอส ปีศาจแดงพร้อมบอร์ดผู้

บริหารเซ็นเช็คจ่ายเงินสูงถึง 200 ล้านปอนด์เพื่อทุ่มงบในการซื้อตัวนักเตะฝีเท้าเยี่ยมมาเสริมแกร่งให้กับทีมช่วงฤดูกาลซื้อ-ขายนักเตะที่กำลังจะมาถึงซัมเมอร์ 2018 นี้

โดยทางกุนซือคนดังนั้นต้องการให้ ปีศาจแดง กลับมาเป็นเจ้าลูกหนังอังกฤษและยุโรปอีกครั้ง โดยข่าวดังกล่าวนี้กล่าวถึง  เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหาร สโมสรแมน

เชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลใหญ่ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้มีการเจรจากับทางบอร์ดบริหารเพื่อทุ่มงบด้านการเงินให้แก่ โซเซ่ กุนซือของทีมเป็นเงินราว 200 ล้าน

ปอนด์ หรือ 9,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้จัดการทีมคนดังกล่าวได้นำเงินจำนวนนี้เพื่อไปใช้สอยซื้อตัวนักเตะฝีมือแกร่งมาร่วมทีม ทั้งนี้ทาง ล้มโต๊ะ เผยว่าบอร์ดผู้บริหารเห็น

ว่าการที่ป๋ามูได้ เข้ามาคุมทีมนั้นก็สามารถนำทัพปีศาจแดงประสบความสำเร็จเรื่อยๆมานับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม ซึ่งบอร์ดบริหารก็เชื่อมั่นว่ากุนซือชาวโปรตุเกสผู้นี้จะ

สามารถกระชากตัวนักเตะที่มีความสามารถสูงและพรสวรรค์มาร่วมสโมสรเพื่อแข่งในฤดูกาลหน้านี้ และเพื่อให้ทีมมีศักยภาพเหมือนที่ผ่านๆมาและเพื่อทัดเทียมกับทีม

ใหญ่อีกหนึ่งของพรีเมียร์

มูริญโญ่

มูริญโญ่

ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมคู่แข่งหลักร่วมเมืองซึ่งกำลังคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าทาง ทีเด็ดบอล ปีศาจแดง เองพยายามให้สโมสรกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเหมือนที่เคยยิ่ง

ใหญ่มาก่อน ทั้งนี้ทางสำนักข่าวเดอะซันยังกล่าวต่ออีกว่า ทางกุนซือชาวโปรตุเกสผู้นี้นั้นดูเหมือนจะสนใจนักเตะชั้นนำหลายคนไม่ว่าจะเป็น จอร์จินโญ่ (โซชีเอตาสปอร์ตี

วากัลโชนาโปลี), อเล็กซ์ ซานโดร(ยูเวนตุส), แดนนี่ โรส (ทอตนัมฮอตสเปอร์), โทบี อัลเดอไวรัลด์ (ทอตนัมฮอตสเปอร์)  , คีแรน เทียร์นี่ย์ (เซลติก) และเอคตอร์ เบเยริน

(อาร์เซนอล) ซึ่งนักเตะเหล่านี้กำลังหมดสัญญากับต้นสังกัด แน่นอนว่าเป็นไปได้มากที่ทางกุนซือผู้นี้จะเข้าไปเจรจาต่อรองเพื่อมาเสริมทัพในช่วงฤดูกาลแข่งขันหน้า

นอกจากข่าวดังกล่าวแล้วยังมีข่าวของทางสโมสรแมนยูเอง ซึ่งมีข่าวว่าจะปล่อยตัวนักเตะในทีมอย่าง ดาเล่ย์ บลินด์, มาร์กอส โรโฮ, มัตเตโอ ดาร์เมียน  ออกจากถิ่นโอ

ลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งก็รวมไปถึง คริส สมอลลิ่ง และ ฟิล โจนส์ ที่อาจถูกต้นสังกัดปล่อยตัวเช่นกัน ถ้าหากว่าสโมสรสามารถเซ็นสัญญานักเตะใหม่เข้ามาได้ นอกจากข่าวที่

ดึงนักเตะดังกล่าวมาแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าทางป๋ามูเองก็ดูเหมือนสนใจอดีตนักเตะเก่าอย่าง ซาร์ลาร์ ที่กำลังโชว์ฟอร์มอย่างร้อนแรงให้ลิเวอร์พูล แต่ดูเหมือนว่านัก

เตะคงอยู่ร่วมกับทีมในฝันไปอีกนาน ข้อมูลโดยทีม วิเคราะห์บอล

 

ซาลาห์ บาดเจ็บเกมเจอ เรือใบ คล็อปป์ ลุ้นว่าจะเจ็บยาวหรือไม่

ซาลาห์

ซาลาห์ นักเตะที่สร้างผลงานได้แตกต่างมากกว่าเดิม และแน่นอนว่า เขานั้นเป็นตัวจริงที่สร้างผลงานได้ดีมากแต่เขานั้นบาดเจ็บหลังเกมเจอเรื่อใบ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นักเตะที่ โค้ชใหญ่ของ สโมสร ลิเวอร์พูล ฝากความหวัง และอยากหนักเตะรายนี้ ไม่มีอาการบาดเจ็บเลยตลอดที่เขาคุมทัพอยู่

เป็นเรื่องที่หลายๆคนคิดไม่ถึงเพราะว่า การที่พวกเขาเจอกันในศึก ยูฟ่า ชแมเปี้ยนส์ลีก หลายคนคิดว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเอาชนะ ลิเวอร์พูลได้ แต่ไม่ใช่เลย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายที่ทำเกมได้เหนือกว่าอย่างมาก มันน่าแปลกใจ หรือนี่จะเป็นแผนการของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ปล่อยให้ ลิเวอร์พูล ได้ใจก่อนถึง 3 ประตู

ซาลาห์

โดยเกมนี้ โมฮาเหม็ด ทำได้ 1 ประตู และส่งให้เพื่อนทำประตูได้อีก 1 ก่อนที่เขานั้นจะเกิดอาการบาดเจ็บ ผมบอกได้เลยว่า การทำหน้าที่ของเขานั้นยอดเยี่ยม นักเตะรายนี้มีความกระหายในการคว้าชัยชนะ และแน่นอนว่า เขานั้นพร้อมที่จะสร้างประตูอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้ทีมประสบความสำเร็จ

และแน่นอนว่า ทุกๆอย่างที่เราเห็น ก็คือ สภาพร่างกายชองเขานั้น เกิดอาการบาดเจ็บ มั่นใจได้เลยว่า ทุกๆอย่างที่เขานั้นอยากให้เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีได้มากกว่านี้ เราเข้าใจว่าทุกๆอย่างที่พวกเขาทำ ก็เพื่อการยิงประตู เขาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เราได้เห็นถึงความต้องการและความสุดยอดของเขา

มันเป็นอะไรที่เรานั้นไม่อยากให้เกิด โดยเห็นได้ชัดว่า การสร้างโอกาสที่ยอดเยี่ยมเพื่อสร้างผลงานที่ดีได้มากกว่าเดิม เราไม่อยากให้เขาบาดเจ็บนานๆ คล็อปป์ บอกว่า เขาเองก็ยังไม่ได้รายละเอียด อะไรมากมายเพียงพอเพื่อที่จะเอามาบอกว่า เขาเป็นอย่างไร ผมบอกได้เพียงว่าเขานั้นบาดเจ็บ

แต่ก็ไม่น่าจะเจ็บอะไรมากมาย เราไม่อยากบอกว่า การสร้างผลงานที่ดีของเขานั้น ก็น่าจะกลับมาสร้างผลงานได้ดีมากกว่าเดิม เขาเริ่มการเล่นที่สวยงามและทำผลงานได้ดี ผมมั่นใจว่าเขานั้นจะเก็บแรงเพื่อสร้างผลงานที่ดีในเกมหน้าที่เจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ ผมมั่นใจว่าเขานั้นไม่บาดเจ็บมากมาย

ผมเชื่อเช่นนั้น การทำผลงานของเขาในคืนที่ผ่านมา ทำให้ผมมองเห็นว่าเขาเป็นนักเตะที่น่านับถือจิตใจเขายอดเยี่ยม ไม่มีคำว่ากลัวอยู่ในสมองของเขา และนักเตะทุกคนก็รู้สึกตามเขาเช่นนั้นเหมือนกัน มันเป็นความยอดเยี่ยมที่เขาทำให้อะไรต่ออะไรเกิดขึ้นในสนาม ผมต้องขอบคุณเขาที่สร้างแรงจูงใจให้กับ นักเตะในสนาม นั่นเป็นเรื่องที่ดีมากทุกๆอย่างอยู่ที่เขาและนักเตะทุกๆคนในสนามจริงๆ

ปีศาจแดง กับผลงานหลังผ่านการเล่นไปแล้วทั้งหมด 6 นัด

ปีศาจแดง

ทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ นับเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดทีมหนึ่งในช่วงซัมเมอร์เรามาดูกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ปีศาจแดง โฉมใหม่ผลงานเป็นอย่างไรในปี 2017/2018

ปีศาจแดง

ถ้าจะถามว่าทีมไหนที่ผลงานดีที่สุดในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แฟนบอลที่เป็นแฟนตัวยงก็คงต้องตอบเลยว่า “ปีศาจแดง” แน่นอนเพราะพวกเขาทำผลงานได้เหลือเชื่อแตกต่างกับซีซั่นก่อนและต้องยกเครดิตให้กับผู้จัดการทีมอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่สามารถสร้างทีมที่แข็งแกร่งได้ขนาดนี้โดยใช้เวลาแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น

เกมแรกพวกเขาจะต้องออกไปเยือน “หงส์ขาว”สวอนซี ซิตี้ ซึ่งตอนแรกแฟนบอลก็ค่อนข้างเป็นห่วงเพราะเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาพวกเขาก็มาพ่ายแพ้ทีนี่ แต่ในเกมนี้พวกเขาทำเกมรุกอย่างเมามันส์จนเอาชนะเจ้าบ้านคาสนาม ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ไปได้ 0-4 และฟอร์มของ โรเมลู ลูกากู ก็ถือว่าสุดยอดจริงๆ

หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องกลับไปเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ผลจะออกมาหลัง 90 นาทีเป็นเจ้าบ้านสามารถเอาชนะไปได้อย่างสบายๆ 2-0 ถือว่าเป็นฟอร์มที่สวยหรูก่อนที่เกมถัดไปพวกเขาจะสะดุดนิดหน่อยโดยการออกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ”สโต๊ค ซิตี้ และก็เสมอกันมา 2-2 การเสมอในเกมนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเอาชนะ เดอะ พร็อตเตอร์ ถึงถิ่นได้ 5 ปีแล้ว

แต่พวกเขาก็กลับมากู้หน้าได้อีกครั้งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เอฟซี บาเซิ่ล ก่อนจะเอาชนะได้อย่างง่ายดาย 3-0 ถือว่าเป็นการล้างแค้นให้กับปีล่าสุดที่พวกเขาลงแข่งรายการนี้เนื่องจากพวกเขาก็พ่ายให้กับทีมดังจากสวิตเซอร์แลนด์ เช่นกัน

ต่อมาพวกเขาก็จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน และนี้ยังถือว่าเป็นการเยือนถิ่นเก่าครั้งแรกของตำนานของทีมอย่าง เวย์น รูนี่ย์ อีกด้วย สถานการณ์ภายในเกมนั้นถือว่าค่อนข้างสูสีเลยทีเดียวก่อนที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จะยิงให้ เร้ด เดวิลล์ ขึ้นนำก่อน 1-0 เกมทำท่าว่าจะจบเพียงเท่านี้แต่พอมาช่วงท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน กลับสมาธิหลุดจึงถูกลงโทษด้วยการถูกยิง 3 ประตูรวดในช่วงท้ายเกม

เราจะเห็นได้เลยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคนี้เสียประตูค่อนข้างยากเลยทีเดียวถึงแม้ว่าคู่เซนเตอร์แบ็กจะไม่ใช่ เอริค ไบยี่ จับคู่กับ ฟิลด์ โจนส์ ก็ตามที ฟอร์มโดยรวมถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวก่อนที่จะลงเล่นศึก คาราบาว คัพ และสามารถเอาชนะ เบอร์ตันไปได้ 4-1 ถือว่าเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมที่อาจจะกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งสำหรับ “ปีศาจแดง”

สิงห์โตน้ำเงินคราม เชลซี ฟอร์มเป็นอย่างไรหลังผ่านเกมไปแล้ว 6 นัด

สิงห์โตน้ำเงินคราม

วันนี้เราจะมาดูฟอร์มของ สิงห์โตน้ำเงินคราม เชลซี กันว่าหลังจากผ่านศึกไปแล้วทั้งหมด 6 นัดนับรวมทุกรายการนั้นผลงานของพวกเขาเป็นอย่างไร

สิงห์โตน้ำเงินคราม ฟอร์มแจ่มใช้ได้เหมือนกัน

สิงห์โตน้ำเงินคราม

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เชลซี ภายใต้การกุมบังเหียนของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนถือว่าฟอร์มดีเลยทีเดียวสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาครองได้ ใขณะที่ทีมอื่นทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตราฐานค่อนข้างมากจะมีก็แต่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เท่านั้นที่ผลงานพอๆกัน

เปิดหัวเข้ามาพวกเขาก็ต้องเจอกับงานหนักอึ้งในการไปเจอกับรองแชมป์ปีที่แล้วอย่าง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่สนาม เวมบลี่ย์ แต่ในเกมนี้ เชลซี นั้นยังเล่นได้เฉียบคมกว่าและอาศัยจากจังหวะพลาดของกองหลังเจ้าบ้านยิงได้ในช่วงท้ายเกมก่อนจะเอาชนะไปได้ 1-2

เกมต่อมาพวกเขาออกไปเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ที่ในช่วงซัมเมอร์คว้านักเตะฝีเท้าดีจำนวนมากเข้ามา แต่สุดท้ายแล้วลูกทีมของ คอนเต้ ยังคงฟอร์มของทีมแชมป์ไว้ได้ด้วยการเอาชนะไปได้ 2-0

เป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทีเดียวแต่ทั้งหมดนี้ เอแด็น อาซาร์ ก็ยังไม่ได้มีบทบาทในทีมแม้แต่นัดเดียวเนื่องจากเขายังได้รับบาดเจ็บอยู่ เชลซี ยังคงเดือนหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยการออกไปเอาชนะ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 เกมนี้คนที่ฟอร์มเด่นที่สุดก็คงจะเป็น อัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าเจ้าของค่าตัว 70 ล้านปอนด์

พวกเขาสามารถเอาชนะได้ 3 เกมติดก่อนจะถึงศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ต้องต้อนรับการมาเยือนของ คาร์ราบัค แต่สุดท้ายก็ไล่ถล่มไปได้ 6-0 ก่อนผลงานจะมาสะดุดไปด้วยการเสมอกับ “ไอ้ปืนใหญ่”อาร์เซน่อล ไป 0-0

ก่อนจะส่งตัวสำรองลงเล่นในเกม คาราบาว คัพ ในการเจอกับ นอร์ทติ้งแฮม ฟอร์เรส แต่ เชลซี ก็ยังสามารถเอาชนะไปได้ 5-1 จากผลงานโดยรวมของทีม “สิงห์บลูส์” ถือว่าทำได้ดีและหน้าจะเป็นอีกปีที่พวกเขาจะมีโอกาสลุ้นป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

ผ่านไปแล้วทั้งหมด 6 นัดพวกเขายิงได้ทั้งหมด 23 ลูกและโดนยิงไปแล้ว 3 ลูก ทางด้านนักเตะใหม่ที่ซื้อเข้ามาเสริมทีมนั้นก็มีหลายรายที่ได้ลงสนามไปบางแล้วและก็แข้งส่วนมากมักจะสอบผ่านโดยเฉพาะ อัลบาโร่ โมราต้า ที่ตอนนี้ฟอร์มถือว่าฮอตจริงๆ

แต่ เชลซี ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างเมื่อ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ที่ซื้อเข้ามาเพื่อหวังจะมาแทนที่ เนมานย่า มาติช ก็กลับมาเจ็บจนป่านนี้ยังไม่ได้ลงช่วยทีมเลยแม้แต่นัดเดียว

หงส์แดง ไม่รอด บุกโดน “จิ้งจอกสยาม” ขย้ำนิ่ม 2-0 คาราบาว คัพ

หงส์แดง

ศึกบอลถ้วย คาราบาว คัพ เป็นการพบกันระหว่าง 2 ทีมพรีเมียร์ ลีก อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่จะเปิดสนาม คิวพาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล

หงส์แดง ฟอร์มยังบู่ไม่เลิกตกรอบบอลถ้วยเล็ก

หงส์แดง

แมตช์ที่สนาม คิว พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็มีการเก็บตัวผู้เล่นหลักไว้หลายรายเพื่อจะได้มีขุมกำลังมากพอที่จะไปเน้นใน พรีเมียร์ ลีก เกมนี้เจ้าบ้านไม่ได้ใช้งานทั้ง เจมี่ วาร์ดี้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ส่วน ริยาด มาห์เรซ นั้นก็ต้องถูกดรอปไปเป็นตัวสำรอง

ทางด้านทีมเยือนอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ได้วาง โดมินิค โซลันเก้ เป็นหัวหอกตัวเป้า พร้อมทั้งส่งทั้ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงปั้นเกมด้านหลัง โซลันเก้

ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้จังหวะเข้าทำแรกก่อนในนาทีที่ 6 จากการที่ แอนดรูส์ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะจ่ายหักเข้ากลางให้ เชมเบอร์เลน แปโล่งๆ แต่ไปถูก เบ็น ชิลเวลล์ แหย่ขามาบล็อกไว้ได้ทัน

ลิเวอร์พูล ยังคงบุกแหลกเหมือนเคยก่อนจะมาโอกาสอีกครั้งในนาทีที่ 17 จาก โดมินิค โซลันเก้ ลากบอลจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนจะจ่ายบอลออกขวาให้ คูตินโญ่ ซัดแต่ไม่ผ่านมือผู้รักษาประตู เลสเตอร์

ลิเวอร์พูล ยังเดินหน้าทำเกมอย่างสนุกและมาได้จังหวะลุ้นในนาทีที่ 22 จาก แอนดรูส์ โรเบิร์นสัน เติมเกมขึ้นมาทางซ้ายก่อนโยนบอลไปเสาสองให้ โซลันเก้ ล้มตัวชาร์จแต่โดนไม่ไม่ดีบอลเลยหลุดกรอบออกไป

ครึ่งแรกทีมของ คล็อปป์ ทำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดและแทบจะไม่ได้ให้โอกาสเจ้าบ้านตอบโต้เลย ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มเกมครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล กลับเล่นผิดฟอร์มอย่างดื้อๆ ก่อนที่พวกเขาจะมาเสียประตูแรกในนาทีที่ 65 จากการที่ เลสเตอร์ ได้ลูกเตะมุมด้านขวา บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ขึ้นโหม่งเช็ดให้ ชินจิ โอคาซากิ ซัดด้วยขวา แต่บอลดันไปโดนขาผู้เล่นทีมเยือนเล็กน้อยเข้าประตูไป

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็โดนประตูที่ 2 เข้าไปจากจังหวะที่ ชินจิ โอคาซากิ คนเดิมจ่ายบอลมาหน้าเขตโทษด้านขวาให้ อิสลาม สลิมานี่ ก่อนกองหน้ารายนี้จะกระชากบอลเข้าข้างในและซัดเต็มข้อด้วยเท้าซ้ายเข้าไปไม่เหลือเจ้าบ้านออกนำ 2-0 จบเกมด้วยชัยชนะของ เลสเตอร์ ซิตี้

ไก่เดือยทอง กับผลงานหลังออกสตาร์ท พรีเมียร์ ลีก ไปแล้ว 5 นัด

สำหรับผลงานของ ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ภานในซีซั่น 2017/2018 นั้นถือว่าไม่ค่อยดีนักวันนี้เราจะมาสรุปผลงานของพวกเขาหลังผ่านไป 6 เกม

ไก่เดือยทอง ผลงานเป็นยังไงหลังออกสตาร์ทไปแล้ว

ไก่เดือยทอง

ผลงานของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ในการคุมทีม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ นั้นถือว่าไม่ค่อยดีเลยทีเดียวในซีซั่นนี้ ซึ่งพวกเขาก็ต้องเปลี่ยนสนามเหย้าไปใช้สนาม เวมบลี่ย์ ด้วยถือว่าเป็นสนามอาถรรพณ์ของ น้องไก่เลยก็ว่าได้

ผลงานในเกมลีกนัดแรกถือว่าค่อนข้างแย่พวกเขาเปิดบ้านแพ้ให้กับ “สิงห์โตน้ำเงินคราม” 1-2 ก่อนเกมถัดไปจะรับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ก่อนที่ผลจะออกมาเสมอ 1-1 แต่เกมต่อมาพวกเขาต้องออกไปเยือน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่สนามกูดินสัน พาร์ค ก่อนจะเอาชนะไปได้ 0-3

หลังจากนั้นผลงานของเขาก็ทำท่าจะดีขึ้นมานิดหน่อยเพราะผลงานในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาเปิดบ้านทุบ “เสือเหลือง”โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปได้ 3-1 ในเกม แฮร์รี่ เคน ยิงคนเดียว 2 ประตูเลยทีเดียวถือว่าเป็นนักเตะที่ชอบยิงประตูใส่ ดอร์ทมุนด์ เป็นอย่างมาก แต่ผลงานพวกเขากลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้งเมื่อต้องกลับมาเปิดรัง เวมบลี่ย์ รับการมาเยือนของ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ และก็เสมอกันไป 0-0 แต่พวกเขาก็กลับมาแก้ตัวได้ในถ้วย คาราบาวคัพ ด้วยการเปิดบ้านเชือด เบิร์นลี่ย์ ไปได้ 1-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

ผลงานโดยรวมถือว่ายังไม่ค่อยดีนักสำหรับเกมในบ้าน โดยเปอร์เซนต์ของการชนะของพวกเขาอยู่ที่ 14.4 เปอร์เซนต์เท่านั้นถือว่าน้อยมากทีเดียวสำหรับทีมที่เป็นรองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว

แต่ที่ดูแย่ลงเหมือจะเป็นเกมรับแม้จะเสริม แชร์ ออริเย่ต์ เข้ามาสู่ทีมแต่พวกเขาก็ต้องเสียไปแล้วถึง 4 ประตูทุกรายการจากการลงเล่นไปแล้วทั้งหมด 6 นัด ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเกมรับเป็นจุดเด่นของลูกทีม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เลยทีเดียวเพราะพวกเขาเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีก

ด้วยฟอร์มแบบนี้แฟนบอล “ไก่เดือยทอง” อาจจะเสียเล็กน้อยเพราะจะต้องทำศึก ลอนดอน ดาร์บี้เจอกับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเกมนี้พวกเขาจะต้องเล่นเป็นทีมเยือนด้วย

แต่ถ้านับจากสภาพตัวผู้เล่นแล้ว ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ หน้าจะเป็นทีมที่ดีกว่าอย่างแน่นอน แต่ก็ประมาททีมอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไม่ได้เพราะพวกเขาก็เริ่มที่จะกลับมาชนะและเพิ่มความมั่นใจคืนได้แล้ว

เพราะอะไรไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ผลงานไม่เปรี้ยงในซีซั่น 2017/2018

เจาะลึก เพราะอะไรไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ถึงทำผลงานได้น่าผิดหวังอีกหนึ่งฤดูกาลทั้งที่พึ่งออกสตาร์ทฤดูกาลเท่านั้นเอง

เพราะอะไรไอ้ปืนใหญ่ ถีงฟอร์มแย่ได้ขนาดนี้

เพราะอะไรไอ้ปืนใหญ่

แฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลอย่างเราคงได้เห็นกันแล้วว่า “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล นั้นไม่ใช่ทีมที่หน้ากลัวต่อไปแล้วนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วมาจนถึงฤดูกาลนี้ วันนี้เราจะมาหาเหตุผลกันว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่

1.แรงจูงใจในการประสบความสำเร็จ

นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงหลังของ อาร์เซน่อล เลยทีเดียวมีหลายครั้งหลายหนที่แล้วจะเห็นได้ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่สามารถจะปลุกใจให้ทีมกลับมาอยากคว้าขัยชนะได้และลูกทีมของเขาก็เล่นกันด้วยความเนือยและไม่ค่อยกระหายชัยชนะและนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เราจะเห็นว่าบรรดานักเตะซุบเปอร์สตาร์ประจำทีมนั้นไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก

2.การเสริมทัพของทีมยังไม่ตรงจุด

อาร์เซน่อล แน่นอนพวกเขานั้นมีปัญหาในเกมรับมาตลอดในช่วงหลายฤดูกาลและมีกองหลังที่ไว้ใจได้แค่ แพร์ แมเตซัคเกอร์ กับ โลร็อง ก็อซซิแอลนี่ เพียงแค่ 2 คนเท่านั้นและมีจุดที่เป็นบ่อน้ำมันอย่างหนักในตำแหน่งแบ็กซ้ายที่เป็น นาโช่ มอลเรอัล ประจำการอยู่ ก่อนที่จะไปซื้อ โคลัค โคลาชินัค มาเสริมทัพทำให้เกมทางซ้ายดูแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็มักจะเสียประตูอยู่เป็นประจำ

นอกจากนี้นักเตะในตำแหน่งตัวตัดเกมนั้นก็แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรกองหลังเลยด้วยซ้ำ ถ้ามองไปที่ม้านั่งสำรองของ อาร์เซน่อล จะเห็นได้ว่าพวกเขาไม่มีนักเตะระดับท็อปในตำแหน่งนี้อยู่เลยแตกต่างจากสโมสรลุ้นแชมป์หลายทีม อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มี เนมานย่า มาติช หรือ เชลซี ที่มี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ซึ่งพวกเขามีตัวตัดเกมชั้นยอดทั้งนั้น

3.กองหน้าหวังพึ่ง อเล็กซิส ซานเชส มากเกินไป

เดอะ กันเนอร์ส นั้นดูแล้วคงจะหวังพึ่งการจบสกอร์ของแข้งชาวชิลีมากเกินไปหน่อย ถ้าเราสังเกตุให้ดีเราจะเห็นได้ว่าถ้าเกมไหนที่ไม่มีอดีตนักเตะ บาร์เซโลน่า รายนี้อยู่ในทีมแล้วนั้นเกมรุกของ อาร์เซน่อล นั้นก็จะตื้อตันลงไปซะอย่างนั้น ในรายของ แดนนี่ เวลเบ็ค นั้นอาจจะเร็วหรือวูบวาบในการโจมตีแต่เขาก็ไม่มีความเฉียบคมในตรงจุดนี้ ส่วนตัวที่เคยทำให้แดนกลางคอยลื่นไหล่อย่าง ซานติ กาซอร์ล่า ก็ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนทางด้าน โอริวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกชาวฝรั่งเศษนั้นก็หวังพึ่งอะไรได้ไม่มากนักเนื่องจากเขาาเป็นนักเตะที่ไม่ค่อยจะมีความเร็วอาศัยคอยพักบอลและพลิกบอลให้เพื่อนหรืออาจจะมีทีเด็ดที่เป็นแค่ลูกโหม่งอย่างเดียวเท่านั้น

ถ้าหากพวกเขาอยากจะกลับมาลุ้นติด 1 ใน 4 คว้าสิทธิ์ไปลุย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้าให้ได้พวกเขาต้องยกระดับตัวเองให้ได้มากกว่านี้ ซึ่งเราจะเห็นได้เลยจากการเจอกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันนั้นลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ นั้นไม่ค่อยจะมีกะจิตรกะใจจะไปสู้กับนักเตะพลังใจเกิน 100 ของฝั่ง “หงส์แดง” จริงๆ

เรือใบสีฟ้า จ่อยื่นสัญญาใหม่ให้ กาเบรีบล เฆซุส ตอบแทนผลงานแจ่ม

เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่ง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าเตรียมที่จะยื่นสัญญาใหม่ให้กับ กาเบรียล เฆซุส กองหน้าตัวเก่งประจำทีม

เฆซุส จ่อได้สัญญาฉบับใหม่จาก เรือใบสีฟ้า

เรือใบสีฟ้า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าวว่าเตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับ กาเบรียล เฆซุส กองหน้าดาวรุ่งประจำทีมเรื่องเกี่ยวกับสัญญาฉบับใหม่ จากการรายงานของสื่อชื่อดังแดนผู้ดีอย่าง เดลี่ เมล

นับตั้งแต่ช่วงเดือน มกราคม ที่ผ่านมาที่ กาเบรียล เฆซุส ย้ายเข้ามาร่วมถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและก็มีความคาดหวังว่าเขาอาจจะเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่อย่างไรก็ตามผลงานในการจับคู่กันประสานงานการทำเกมบุกในฤดูกาลนี้กลับทำให้ผลงานของพวกเขานั้นเข้าฟอร์มสุดๆ ซึ่ง เฆซุส นั้นยิงไปแล้ว 12 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 15 นัด

ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับทั้ง ดาวิด ซิลบา กองกลางเลือดกระทิงดุ และ เควิต เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ชาวเบลเยียม พิจารณาแล้ว ปัจจุบัน กาเบรียล เฆซุส นั้นรับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 70,00 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่ง ทางสโมสร ก็ต้องการจะตอบแทนรางวัลที่เขามีฟอร์มอันยอดเยี่ยมด้วยการมอบสัญญาฉบับใหม่ให้

ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใดเกี่ยวกับสัญญาของกองหน้าดาวโรจน์รายนี้ โดยข้อตกลงปัจจุบันของกองหน้ารายนี้จะสิ้นสุดในปี 2021

ปัจจุบันสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทัพของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผลงานกำลังยอดเยี่ยมเลยทีเดียวพวกเขารั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงเป็นรองเพียงแค่ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองเท่านั้น

กองหน้าวัย 20 ปี ในตอนแรกถูกมองว่าอาจจะเข้ามาแทนที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ที่ฟอร์มตกลงไปจนเกือบจะถูกสโมสรขายทิ้งก่อนที่เขาจะเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้อีกครั้งและในฤดูกาลนี้ก็มีหลายครั้งเช่นกันที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มักจะใช้งานทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร่ ยืนประสานงานร่วมกับ กาเบรียล เฆซุส และผลงานมันก็ออกมาดีด้วย

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา กวาร์ดิโอล่า ได้พยายามโละนักเตะที่ไม่เป็นที่ต้องการออกไปเพื่อที่จะได้มีที่ว่างกับนักเตะใหม่ที่จะย้ายเข้ามาโดยมีนักเตะหลายรายที่ถูกขายออกไปอาทิเช่น โนลิโต้ , บาการี่ ซาย่า ,กาแอล กลีชี่ และ ปาโบล ซาลาเลต้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นนักเตะที่มีอายุมากเกินหลัก 30 ปีขึ้นไปแล้วทั้งนั้น

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับผลงานปีที่ 2 หลังจากคุมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ปีนี้ถือว่าเป็นการคุมทีมปีที่ 2 แล้วสำหรับกุนซือหัวไข่อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เราจะมาดูกันว่าผลงานโดยรวมของเขาเป็นอย่างไรนับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผลงานเป็นอย่างไรจะรุ่งหรือจะร่วง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

นับเป็นปีที่ 2 แล้วที่กุนซืออย่าง กวาร์ดิโอล่า มาคุมทีมในพรีเมียร์ ลีก ซึ่งผลงานในซีซั่นที่แล้วนั้นก็ถือว่าล้มเหลวเลยทีเดียว เพราะไม่สามารถมีแชมป์ติดไม้ติดมือมาได้เลยแม้แต่รายการเดียว

แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นฤดูกาลแก้ตัวของ กวาร์ดิโอล่า เลยทีเดียวโดยเขาใช้เงินที่สโมสรให้มาถลุงได้อย่างคุ้มค่าคว้านักเตะใหม่เข้ามาเพื่อเสริมจุดด้อยของทีมได้เป็นอย่างดี

ผลงานเกมแรกของพวกเขาถือว่าทำได้ดี เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เสมอกับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน”เอฟเวอร์ตัน ที่ถือว่ายกเครื่องใหม่มาเหมือนกันได้ 1-1 ก่อนที่เกมที่สองพวกเขาจะต้องออกไปเยือน เอฟซี บอร์นมัธ และก็สามาเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 1-2

แผนการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายในฤดูกาลนี้คือใช้กองหลัง 3 ตัว คือ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ,จอห์น สโตนส์ และ แวงซอง กอมปานีย์ โดยมี เมนจามิน เมนดี้ และ ไคล์ วอล์คเกอร์ เล่นเป็นวิงแบ็กคอยช่วยเกมรับของทีม

และแผนการเล่นดังกล่าวก็มาแผลงฤทธิ์เอาในแมตช์ที่จะต้องต้อนรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่กำลังมั่นใจหลังจากเอาชนะ “ไอ้ปืนใหญ่”อาร์เซน่อล มาได้ 4-0 แต่เกมนี้ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลับถูกทดสอบเกมรับอย่างหนักซึ่งพวกเขานั้นไม่ชอบอยู่แล้วก่อนจะโดนยำไป 5-0 แต่ทีมก็ต้องเสีย แอร์เดสัน ไปจากการถีบของ ซาดิโอ มาเน่

พอไล่ยำ “หงส์แดง” อย่างซะใจแล้วพวกเขาก็เริ่มจะเครื่องติดซะแล้วเมื่อบุกไปเยือน เฟร์เยร์นูด ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะเอาชนะมาได้ด้วยสกอร์มากถึง 0-4

ด้วยฟอร์มการเล่นแบบนี้ไม่ว่าทีมไหนเจอเข้าไปก็ต้องมีผวากันแน่นอนและก็เป็นอย่างนั้นเมื่อคู่แข่งต่อไปอย่าง วัตฟอร์ด ก็โดนถล่มไป 0-6 ทั้งที่เล่นในบ้าน ทังยังสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปในถ้วย คาราบาว คัพ โดยการเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-2

ผลงานโดยรวมถือว่าหน้าพอใจสำหรับแฟนบอล เกมรุกดูดี ดุดัน สร้างสรรค์ และยิงประตูได้อย่างเฉียบคมส่วนเกมรับก็ทำได้ดีไม่ว่าจะเจอทีมที่มีลูกนิ่งเป็นอาวุธก็ตาม ถือว่าคู่กองหน้าอย่าง อเกวโร่ และ เฆซุส ชั่วโมงนี้หน้ากลัวอย่างยิ่ง