Tag: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ขัดลงฝึกซ้อมเผยครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

แนวรุกชาวฝรั่งเศส ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันเขาจำเป็นต้องขัดใจ โซเซ มูริญโญ่ ไม่เข้าแคมป์ฝึกซ้อมหลังภรรยาคลอดลูกคนแรก ลั่นครอบครัวต้องมาก่อน

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

จากการเปิดเผยของสำนักข่าวต่างประเทศ วันที่ 1 สิงหาคม 2018 ที่ผ่านมาว่า นักเตะชาวฝรั่งเศสตำแหน่งแนวรุกของสโมสรใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตัดสินใจไม่ลงฝึกซ้อมกับสโมสรเนื่องด้วยเขาต้องดูแลภรรยาหลังให้กำเนิดลูกชายคนแรกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เขาไม่ยอมกลับไปรายงานตัวกับทีมและไม่ร่วมฝึกซ้อมก่อนเปิดการแข่งขันช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้

ทำให้สโมสรโดนโทษปรับเป็นจำนวนเงิน 180,000 ปอนด์ จากการเปิดเผยของนักเตะวัย 22 ปี ระบุว่า เขาเลือกไม่ลงซ้อมกับทีมเนื่องจากต้องการอยู่กับครอบครัวและดูแลภรรยาที่เพิ่งให้กำเนิดลูกชายของเขาไม่นานพร้อมย้ำว่าครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ อีกทั้งเขายังโพสข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาขอบคุณแฟนๆที่ให้กำลังใจและระบุต่ออีกว่าพร้อมที่จะซ้อมกับทีมเมื่อภรรยาและลูกแข็งแรงดี และตนพร้อมจะกลับไปลงซ้อมวันที่ 2 สิงหาคม 2018 นี้แม้ว่าเจ้าตัวอาจโดนปรับก็ตาม

จากประเด็นดังกล่าวของนักเตะนั้นทำให้ทางผู้สื่อข่าวได้ถามถึงผู้จัดการทีมอย่าง โซเซ มูริญโญ่ ซึ่งกุนซือคนเก่งระบุทำนองว่าเขาไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องนี้และไม่รู้ว่านักเตะจะกลับเข้าทีมเมื่อไหร่ นั่นทำให้บรรดานักข่าวต่างคาดเดาว่า นักเตะวัย 22 ปีจากโมนาโกอาจไม่อนาคตกับยอดสโมสรให้พรีเมียร์ลีกหรือไม่ ซึ่งทางกุนซือฝีปากกล้าผู้นี้ก็ไม่ให้คำตอบใดๆเลย ทำให้มีข่าวลือว่าเขาอาจถอดนักเตะคนดังกล่าวออกจากทีมหลังมีปัญหาที่นักเตะไม่ยอมเชื่อฟังหรือไม่

สำหรับ มาร์กซิยาล เป็นนักฟุตบอลชาวอาชีพฝรั่งเศส ตำแหน่งกองหน้า ซึ่งเขาได้รับฉายาว่า อ็องรีคนใหม่ เนื่องจากมีรูปแบบและลีกาการเล่นที่คล้ายกับ ตีแยรี อ็องรี อดีตนักฟุตบอลอาชีพทีมชาติฝรั่งเศส ปัจจุบันเขาลงเล่นให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 ถึงปัจจุบันหลัง ปีศาจแดง ซื้อตัวเขาจาก สโมสรโมนาโก ของลีกเอิง ด้วยค่าตัว 39 ล้านปอนด์ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลอย่างมากเนื่องจากเขาถูกซื้อตัวในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะในยุโรปพอดี และนับว่าเป็นนักเตะอายุน้อยที่มีค่าตัวค่อนข้างสูงในปี 2015 ขณะนั้นเขาอายุ 19 ปี ซึ่งเขาก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและลงแข่งครั้งแรกให้ แมนยู ในนัดพบกับ ลิเวอร์พูล หรือศึกแดงเดือด ในนัดที่ 5 ของพรีเมียร์ลีก 2015-16 ซึ่งเขาสามารถทำประตูให้ทีมได้ 1 ประตูในการแข่งขันดังกล่าวซึ่ง แมนยูเป็นฝ่ายชนะไป 3-1 ในเกม อีกด้วย

ปีศาจแดง กับผลงานหลังผ่านการเล่นไปแล้วทั้งหมด 6 นัด

ปีศาจแดง

ทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ นับเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดทีมหนึ่งในช่วงซัมเมอร์เรามาดูกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ปีศาจแดง โฉมใหม่ผลงานเป็นอย่างไรในปี 2017/2018

ปีศาจแดง

ถ้าจะถามว่าทีมไหนที่ผลงานดีที่สุดในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แฟนบอลที่เป็นแฟนตัวยงก็คงต้องตอบเลยว่า “ปีศาจแดง” แน่นอนเพราะพวกเขาทำผลงานได้เหลือเชื่อแตกต่างกับซีซั่นก่อนและต้องยกเครดิตให้กับผู้จัดการทีมอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่สามารถสร้างทีมที่แข็งแกร่งได้ขนาดนี้โดยใช้เวลาแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น

เกมแรกพวกเขาจะต้องออกไปเยือน “หงส์ขาว”สวอนซี ซิตี้ ซึ่งตอนแรกแฟนบอลก็ค่อนข้างเป็นห่วงเพราะเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาพวกเขาก็มาพ่ายแพ้ทีนี่ แต่ในเกมนี้พวกเขาทำเกมรุกอย่างเมามันส์จนเอาชนะเจ้าบ้านคาสนาม ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ไปได้ 0-4 และฟอร์มของ โรเมลู ลูกากู ก็ถือว่าสุดยอดจริงๆ

หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องกลับไปเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ผลจะออกมาหลัง 90 นาทีเป็นเจ้าบ้านสามารถเอาชนะไปได้อย่างสบายๆ 2-0 ถือว่าเป็นฟอร์มที่สวยหรูก่อนที่เกมถัดไปพวกเขาจะสะดุดนิดหน่อยโดยการออกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ”สโต๊ค ซิตี้ และก็เสมอกันมา 2-2 การเสมอในเกมนี้ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเอาชนะ เดอะ พร็อตเตอร์ ถึงถิ่นได้ 5 ปีแล้ว

แต่พวกเขาก็กลับมากู้หน้าได้อีกครั้งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เอฟซี บาเซิ่ล ก่อนจะเอาชนะได้อย่างง่ายดาย 3-0 ถือว่าเป็นการล้างแค้นให้กับปีล่าสุดที่พวกเขาลงแข่งรายการนี้เนื่องจากพวกเขาก็พ่ายให้กับทีมดังจากสวิตเซอร์แลนด์ เช่นกัน

ต่อมาพวกเขาก็จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน และนี้ยังถือว่าเป็นการเยือนถิ่นเก่าครั้งแรกของตำนานของทีมอย่าง เวย์น รูนี่ย์ อีกด้วย สถานการณ์ภายในเกมนั้นถือว่าค่อนข้างสูสีเลยทีเดียวก่อนที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย จะยิงให้ เร้ด เดวิลล์ ขึ้นนำก่อน 1-0 เกมทำท่าว่าจะจบเพียงเท่านี้แต่พอมาช่วงท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน กลับสมาธิหลุดจึงถูกลงโทษด้วยการถูกยิง 3 ประตูรวดในช่วงท้ายเกม

เราจะเห็นได้เลยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคนี้เสียประตูค่อนข้างยากเลยทีเดียวถึงแม้ว่าคู่เซนเตอร์แบ็กจะไม่ใช่ เอริค ไบยี่ จับคู่กับ ฟิลด์ โจนส์ ก็ตามที ฟอร์มโดยรวมถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวก่อนที่จะลงเล่นศึก คาราบาว คัพ และสามารถเอาชนะ เบอร์ตันไปได้ 4-1 ถือว่าเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมที่อาจจะกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งสำหรับ “ปีศาจแดง”

เจาะลึก 5 สถิติ ที่โชเซ่ มูรินโญ่ ช่วยทำให้ “ปีศาจแดง” ฟอร์มสุดยอดในปีนี้

เจาะลึก 5 สถิติ

วันนี้เราจะมา เจาะลึก 5 สถิติ ที่โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มแจ่มได้แบบสุดยอดหลังจากอัพเกรดทีมขึ้นมาแล้ว

เจาะลึก 5 สถิติ ที่ทำให้ “ปีศาจแดง” ฟอร์มแจ่มในปีนี้

เจาะลึก 5 สถิติ

ฤดูกาลของ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในปี 2017/2018 นั้นนับว่าเป็นปีที่ “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทัพของ โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นถือว่ามีโอกาสคว้าแชมป์ได้อย่างแน่นอนถ้าหากนับเฉพาะผลงานในช่วงต้นฤดูกาลแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พึ่งจะซื้อนักเตะใหม่หลายรายเข้ามาสู่ทีมและก็มีหลายรายที่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้เลยอย่าง เนมานย่า มาติช หรือ โรเมลู ลูกากู แต่คนที่สอบตกและยังต้องรอโอกาสต่อไปก็มีเหมือนกันนั่นก็คือ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ

วันนี้เราจะมา วิเคราะห์ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสเข้ามาช่วยยกระดับให้กับทีมได้

1.การทำประตูได้ในช่วงท้ายเกมที่มากขึ้น

“ปีศาจแดง” ในฤดูกาลนี้มีหลายนัดมากที่พวกเขาสามารถทำประตูได้จากช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งหลังและส่วนมากก็เป็นการส่งตัวสำรองลงมาทำประตูหรือแอสซิสส์ของ มูรินโญ่ เอง ถ้านับจากทุกทีมในพรีเมียร์ ลีก พวกเขาทำประตูได้จากช่วง 10 นาทีสุดท้ายได้ 24 ลูก และเป็น 9 ลูกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

2.ไม่ได้หวังพึ่งกองหน้าคนเดิมเพื่อทำประตูอีกต่อไป

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แบกภาระในการทำประตูส่วนใหญ่ไว้ค่อนข้างมาก แตกต่างจากซีซั่นนี้ที่มีผู้เล่นผลัดกันขึ้นมาทำประตูได้อย่างมากหน้าหลายตา ซึ่งการที่ผลัดกันขึ้นมาทำประตูแสดงให้เราได้เห็นแล้วว่าพวกเขานั้นไม่ได้พึ่งเพียงแค่ โรเมลู ลูกากู คนเดียวเท่านั้นในการทำประตูเพราะทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็อันตรายไม่แพ้กัน

3.มีความเฉียบคมมากขึ้นเมื่อมีโอกาสในการทำประตู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้พวกเขาพัฒนาเรื่องการเฉียบคมในการพังประตูได้เพิ่มเป็นหนึ่งเท่าเลยทีเดียว เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้แค่เพียง 12.4 เปอร์เซนต์เท่านั้น ส่วนฤดูกาลนี้พวกเขาทำได้ที่ 24.2 เปอร์เซนต์

4.สร้างโอกาสเข้าทำได้มากขึ้นจากฤดูกาลที่แล้ว

ฤดูกาลนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถยกระดับแท็กติกของเขาขึ้นได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการพาทีมมีโอกาสจบสกอร์ที่ 18.8 ครั้งต่อเกมเทียบกับฤดูกาลก่อนแค่ 15.6 ครั้งต่อเกม

5.มคิทาร์ยาน กำลังจะกลับสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดอีกครั้งหนึ่งแล้ว